Thursday, 24 October 2019

17 วิธีอัดฉีดความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก

Gerard I. Nierenberg ผู้เขียนหนังสือชื่อ Art of Creative Thinking หรือ ศิลปะแห่งการคิดสร้างสรรค์ ได้กล่าวไว้ว่า “รางวัลชีวิตของพวกเรา ไม่ได้มาจากการมีสมอง แต่มาจากการใช้สมอง”  ดังนั้นเราทุกคนต้องใช้สมอง เมื่อมีสมองแล้ว หากไม่ลับ ให้คม ไม่คิด ไม่ใช้อยู่เสมอ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะมีคุณค่าได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก ยิ่งจำเป็นที่จะต้องฟูมฟักสมองของลูก ให้เขารู้จักใช้สมอง ใช้ความคิด อันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเขาเองในอนาคต ทั้งนี้หนึ่งในการใช้ความคิดที่น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเด็กในโลกทุกวันนี้ ที่จะช่วยให้เขามีความคิดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หาวิธี หาหนทางใหม่ ๆ สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ ไม่จนมุม ไม่ติดกับดักความคิด อีกทั้งยังอาจช่วยสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกด้วย นั่นก็คือ การฝึกให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ 

ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการทางปัญญาระดับสูงที่ใช้กระบวนการทางความคิดหลาย ๆ อย่างมารวมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ดีขึ้น โดยความคิดสร้างสรรค์ต้องอาศัยการมีอิสรภาพทางความคิด

เราสามารถอัดฉีดความคิดสรรค์ให้กับลูกได้ดังต่อไปนี้

(1) ให้เด็กคลุกคลีกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์

(2) พ่อแม่ต้องสร้างอารมณ์ขันให้ตัวเองและลูก ๆ อยู่เสมอ หัวเราะและยิ้มเข้าไว้

(3) ให้เด็กคิดเสมอว่าทุกอย่างเป็นไปได้

(4) พยายามให้เด็กคิดถึงตัวเองในแง่ดี

(5) กระตุ้นความคิดของลูกด้วยคำถามว่า ถ้า…เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากบสูญพันธ์ุไปจากโลก เป็นต้น

(6) ให้ลูกฝึกคิดสิ่งใหม่ ๆ หาแนวทางใหม่ ๆ ที่จะนำมาแก้ปัญหา

(7) เล่นเกมส์สมมุติกับลูก เช่น สมมุติว่าเราเป็นนก เราจะทำอะไรบ้าง

(8) อย่ามองข้ามความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็ก ที่อาจะเป็นทางออกที่แก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้

(9) ค้นหาหนทางที่แสดงออกถึงความสามารถที่สร้างสรรค์ของลูกคุณให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การพูด การเขียน การประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ

(10) ถ้าเด็กมีอาการเหม่อ หรือฝันกลางัน อย่าไปตำหนิติเตียน ปล่อยให้เขาฝันไปจนจบเพราะการฝันกลางวัน เป็นอาการ “ฟักไข่ทางความคิด” อย่างหนึ่งของเด็ก

(11) ถ้าเด็กถนัดมือซ้าย อย่าบังคับให้เขาเขียนมือขวา อย่างไรก็ดี ควรหัดให้เด็กที่ถนัดมือซ้ายหรือขวา ได้ใช้มืออีกข้างที่ไม่ถนัดให้ทำงานเท่า ๆ กัน จะช่วยให้สมองของเขาพัฒนาอย่างสมดุลมากขึ้น

(12) สนับสนุนให้เด็กเล่นเกมส์ที่ใช้การขบคิดและวางแผน เช่น หมากรุก บริดจ์ โอเทโล หมากฮอส เป็นต้น

(13) พยายามให้เด็กลองใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ กะเกณฑ์ของหรือน้ำหนักแทนการใช้เครื่องมือชั่ง ตวง วัด

(14) ฝึกให้เด็กทำการบ้านโดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องคิดเลข

(15) ให้เด็กลองทำเรื่องที่ยังไม่จบ เช่น เวลาอ่านหนังสือที่ยังไม่จบ ให้เด็ก ๆ ลองเขียน หรือเล่าเรื่องต่อให้จบตามจินตนาการของเขาเอง

(16) ให้เด็กสมมุติว่าเขากำลังเดินทางเข้าไปในความคิดของตัวเอง เช่น สมมุติว่ากำลังเดินเข้าไปในสมองของตนเอง สมมุติว่ากำลังเดินเข้าไปในระบบทางเดินอาหารของตัวเอง หรือสมมุติว่ากำลังเดินอยู่ในหุบเขาหรือริมห้วย เป็นต้น

(17) ให้เด็กแยกแยะความแตกต่างระหว่างความก้าวร้าวกับความเชื่อมั่นในตัวเอง ให้เห็นความแตกต่างว่าการยืนยันความคิดของตนที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่การท้าทายหรือดึงดันอย่างไม่มีความรู้จริง ซึ่งต่างจากความคิดที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เด็ก ไม่ใช่เรื่องยากจนทำไม่ได้ หากเรารู้หลักการกระตุ้นก็จะทำได้ง่าย โดยฝึกให้เด็กคิดคล่อง คิดลื่นไม่ติดขัดเป็นพื้นฐานอยู่เสมอ ให้เขามีพื้นฐานว่าถ้าคิดให้ฉีกกรอบ ฉีกแนวเดิมจะป็นอย่างไร รวมทั้งการฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต มีความละเอียดละออ คิดโยงใยคิดหลายชั้น คิดให้ซับซ้อน โดยที่ความคิดนั้นจะต้องเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ เป็นการคิดเชิงบวก ไม่ใช่เชิงทำลาย ทั้งนี้มักพบว่า อุปสรรคสำคัญในการพัมนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กคือ วิธีการเลี้ยงดูที่เข้มงวด ลงโทษ สั่งห้ามโน่น ห้ามนี่ ปกป้องเกินไป หรือแม้กระทั่งวิธีการสอนบางอย่างของครูในโรงเรียน ก็อาจเป็นการบั่นทอนความคิดดี ๆ ของเด็กไปได้มากมาย

ตัวอย่างกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปให้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้ 

1.ให้ลองคิดหาคำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า… เช่น คำว่าแม่ มีอะไรบ้าง เป็นต้น

2. ตั้งคำถามประเภทวิเคราะห์ คาดการณ์ เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกนี้ไม่มีน้ำ เป็นต้น

3. อ่านประวัติบุคคลสำคัญ แล้วให้สังเกตความคิดหรือการค้นพบใหม่ของบุคลลเก่ง ๆ เหล่านั้น

4. สังเกตหน้าต่างบ้านของเราและเพื่อนบ้านมีกี่บาน บานไหนปิด บานไหนเปิด

5. ให้เวลา 1 วินาที หรือมากกว่านั้น เปิดตู้เย็นให้ลูกดู แล้วปิด จากนั้นถามว่าเขาเห็นอะไรบ้างในตู้เย็น

คำถามในลักษณะนี้จะฝึกให้เด็กรู้จักคิดนอกกรอบได้มากขึ้น มีจินตนาการมากขึ้น


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar