Friday, 13 December 2019

10 วิธีฝึกสมองให้ฉลาดและสดใหม่กว่าเดิม

เราคิดกันถึงเรื่องสมองบ่อยแค่ไหน เราเคยประหลาดใจกับพลังอันเหลือล้นหรือความฉลาดสุดยอดของสมองกันบ้างหรือเปล่า หรืออย่างน้อยที่สุดเคยเช็คและหรือลับสมองให้เฉียบฉม แวววับ ไฉไลอยู่เสมอหรือไม่ หากเราเป็นเหมือนกับคนส่วนใหญ่ทั่วไปละก็ คำตอบคือ “ไม่”

สมอง

น่าตกใจว่า เราใช้สมองกันแค่ 10% เท่านั้น ทั้งยังแทบจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการฝึกสมองกันสักเท่าไร เมื่อนานมาแล้วนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าคนเราจะมีสมองดีหรือไม่ดีเป็นเรื่องที่แต่ละคนได้รับติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่โชคดีที่ความเชื่อที่ว่าได้หายไปแล้ว มีทฤษฎีใหม่ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สมองของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้

 

นั่นจึงหมายความว่าหากเราไม่ได้มีความฉลาดปราดเปรื่องในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพื้นที่สมองส่วนนั้นผ่านการฝึกฝนได้จริงๆ  สมองของเราเป็นกล้ามเนื้อ เราจำเป็นต้องมีการฝึก ฝึกและฝึกเป็นประจำ เราเพียงลงทุนเวลาให้กับการฝึกสมองเท่านั้น เชื่อว่าเราจะเปลี่ยนสมองให้ดีขึ้นได้

และนี่คือสิ่งที่เราต้องทำ

10 วิธีง่าย ๆ เพิ่มพลังและพัฒนาความฉลาดของสมองด้วยตัวเอง

(1) ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำ

เมื่อเราได้พบเจอ ได้สร้างประสบการณ์กับสิ่งใหม่ ๆ จะทำให้สมองของเราเกิดการกระตุ้น อย่าติดอยู่กับการทำอะไรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทางเดียวที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมองนั่นคือการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยทำ วิธีนี้จะเป็นแนวทางในการสร้างเส้นทางใหม่ ๆ ในสมอง หรือที่เรามักได้ยินกันว่าเพิ่มรอยหยักสมอง ซึ่งจะเป็นการยกระดับสติปัญญาของเราให้ดีขึ้น อาจจะเริ่มจากลองด้วยการเดินทางไปทำงานด้วยเส้นทางใหม่ ลองทำเมนูอาหารใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยได้ลองทำ หรือแม้กระทั่งเลือกออกกำลังกายในรูปแบบที่ยังไม่เคยลอง เป็นต้น

(2) ออกกำลังกายเป็นประจำ

มีการพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มการทำงานของสมองและเพิ่มการสร้างเนื้อเยื่อประสาท  นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เราออกกำลังกายสมองของเรากำลังสร้างเซลล์ใหม่อยู่ตลอด ดังนั้นเราจึงควรลุกขึ้นจากเตียงแล้วขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายกันให้มากขึ้น แล้วสมองจะต้องขอบคุณเรา

(3) ฝึกความจำ

บ่อยแค่ไหนที่เราได้ยินคนพูดว่า เขาอยากมีความจำที่ดีกว่านี้ ลองฝึกความจำของตัวเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นเรามาฝึกสมอง ฝึกความสามารถในการจดจำสิ่งต่าง ๆ โดยการเลือกที่จะจดจำสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครเขาจำกันได้ อย่างเช่น การจำตัวเลข ในพาสปอร์ต บัตรเครดิต ใบขับขี่ ก็จะเป็นการเริ่มต้นเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการจดจำของเราได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

(4) มีความอยากรู้อยากเห็น

แทนที่จะมองทุกสิ่งทุกอย่างไปตามที่มีการกล่าวอ้าง เรามาฝึกนิสัยของการตั้งคำถามกับทุกสิ่งทุกอย่างกันดีกว่า จะเป็นสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ที่เราพบเจอในทุก ๆ วันก็ได้ การตั้งคำถามเป็นการบังคับสมองของเราได้ฝึกคิดริเริ่มสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ๆ สิ่งใหม่ ๆ

ความอยากรู้อยากเห็น การคิดตั้งคำถาม เป็นคุณสมบัติสำคัญ เป็นที่มาของการคิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ ๆ ในโลกยุคปัจจุบัน ดังเช่น ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

(5) คิดบวก

ความเครียดและวิตกกังวลจะทำลายเซลล์ประสาทในสมองและยังยับยั้งการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ งานวิจัยระบุว่า การคิดบวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองเรื่องราว เหตุการณ์ความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตในแง่บวก จะเร่งการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังลดความเครียดและวิตกกังวลลงไปได้อย่างมาก ดังนั้นเรามาลองรับมือกับความคิดด้านลบของตัวเอง แล้วพยายามแทนที่ด้วยการคิด มองไปในด้านบวกจะดีกว่า

(6) กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

อาหารที่เรารับประทานเข้าไปส่งผลอย่างมากต่อการทำงานของสมอง สมองของคนเราจะรับเอาสารอาหารและออกซิเจนเข้าไปใช้มากถึง 20% ของอาหารที่เรารับเข้าไปในร่างกายเลยทีเดียว ดังนั้นในการเลือกรับประทานอาหาร เราจำเป็นต้องคำนึงถึงอาหารที่ดีต่อสมองด้วย เช่น ผัก ผลไม้สด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีมากในปลาชนิดต่าง ๆ  

(7) อ่านหนังสือ

การอ่านหนังสือจะช่วยคลายความตึงเครียด (ซึ่งเป็นตัวการทำลายเซลล์สมอง) เพราะการอ่านถือเป็นหนึ่งในวิธีหลบเลี่ยงออกจากความเครียด ไปอยู่กับความคิด จินตนาการ ตามตัวอักษรในหนังสือ มีการศึกษาพบว่าการใช้จินตนาการคือการฝึกสมองที่เยี่ยมยอดอย่างหนึ่ง เนื่องจากเราได้บังคับให้ความคิดของเราวาดภาพออกมาจากสิ่งที่เรากำลังอ่านในหนังสือ

(8) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับก็เหมือนกับการทำดีทอกซ์เล็กๆ ให้กับสมอง จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเราฟื้นฟูเซลล์และกำจับสารพิษที่เกิดขึ้นในระหว่างวันในขณะนอนหลับ ทั้งนี้ควรเข้านอนตั้งแต่ช่วงสามทุ่ม หรือไม่เกินเที่ยงคืน เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากช่วงเวลาแห่งการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เพียงพอ

(9) ไม่ต้องพึ่ง GPS แล้วหยิบแผนที่ขึ้นมากาง

ทุกวันนี้แผนที่อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับการช่วยนำทางให้กับเราได้อีกต่อไป ชีวิตเราง่ายขึ้นเพราะมี GPS ช่วยนำทางยังเส้นทางที่ไม่เคยไปก่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้สมองของเราขี้เกียจ และด้อยประสิทธิภาพลง ดังนั้นเราลองหวนกลับไปหยิบแผนที่มากางเพื่อหาเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย นับเป็นวิธีการฝึกสมองที่ดีอย่างหนึ่งจากการหาตำแหน่งพิกัดทางภูมิศาสตร์  

(10) ห้ามใช้เครื่องคิดเลข

เมื่อย้อนความทรงจำกลับไปยังสมัยเรียนหนังสือ เราต่างก็ได้รับการสอนให้ใช้สมองคิดคำนวณตัวเลขด้วยตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าในทุกวันนี้เรากลับต้องพึ่งพาเครื่องมือในการช่วยคิดคำนวณตัวเลข อย่าง เครื่องคิดเลข โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ แทบจะไม่ได้ใช้สมองของตัวเองคิดคำนวณกันเลย ดังนั้นเพื่อเป็นการฝึกสมอง เพิ่มประสิทธิภาพของสมองให้ดีกว่า เราต้องอดกลั้นที่จะไม่ใช้เครื่องมือหรือตัวช่วยนอกกาย แล้วหันมาใช้เครื่องมือที่ทุกคนมีติดตัวกันมาตั้งแต่เกิด ซึ่งก็คือ สมองของเรานั่นเอง

ข้อมูลจาก : http://www.lifehack.org/


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar