Saturday, 21 September 2019

โรคเอ็นข้อมืออักเสบ อาการ, สาเหตุ และการรักษา

โรคเอ็นข้อมืออักเสบ เป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มคนที่ใช้มือทำงานหนักๆ จนเกิดการอักเสบที่เอ็นบริเวณข้อมือทางด้านหลังฝั่งนิ้วหัวแม่มือ เจ็บเมื่อกระดกนิ้วหัวแม่มือ การรักษาในระยะแรกทำได้โดยการประคบเย็นบ่อยๆ ตามด้วยการขยับเบาๆ เพื่อให้เอ็นมีการยืดตัว ไม่ควรทำรุนแรง ร่วมกับการพักการใช้มือข้างที่อักเสบ 

โรคเอ็นข้อมืออักเสบที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ใช้มือทำงานบ่อยๆ ซ้ำๆ และข้อมืออยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้อง กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อเอ็นข้อมืออักเสบ – กลุ่มคนทำงาน , ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ – ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid) – ผู้หญิงตั้งครรภ์

 

กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อเอ็นข้อมืออักเสบ
  • กลุ่มคนทำงาน , ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว  เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid)
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์
  • อาการเอ็นอักเสบที่ข้อมือเกิดจากอะไร     
    
อาการของเอ็นอักเสบที่ข้อมือ
 อาการเอ็นอักเสบที่ข้อมือ (De quervain’s Tenosynovitis) เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มเอ็นและเส้นเอ็นบริเวณข้อมือด้านหลังทางฝั่งนิ้วโป้ง ทำให้เกิดการตีบหรือหดตัวการเคลื่อนไหวของเส้นเอ็นภายในโดยส่วนใหญ่สาเหตุของอาการเกิดจากความเสื่อมสภาพจากอายุที่มากขึ้นหรือจากการใช้งาน รวมถึงโรคข้ออักเสบเรื้อรัง เช่น โรครูมาตอยด์
  • เจ็บเมื่อมีการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ โดยเฉพาะเมื่อขยับนิ้วโป้งมาที่กลางผ่ามือ
  • เจ็บเมื่อกดบริเวณเอ็น ใต้รอยต่อข้อมือ ถัดจากโคนนิ้วโป้งลงมา
  • มีการอักเสบของเอ็น หากคลำพบว่ามีผิวหนังร้อน หรือก้อนที่บริเวณข้อมือ
  • กล้ามเนื้อที่ยึดต่อกับเอ็นนั้น อาจมีอาการเกร็ง แข็ง หรืออาจมีการอักเสบ

 

การวินิจฉัยโรค

ผู้ป่วยมีประวัติการใช้มือและข้อมือมาก ตรวจร่างกายจะพบการกดเจ็บบริเวณเหนือจากปลายกระดูกเรเดียลประมาณ 1-2 เซนติเมตร ผู้ป่วยจะปวดอย่างมาก หากผู้ป่วยกางและเหยียดนิ้วหัวแม่มือเต็มที่จะทำให้มีอาการเจ็บที่ข้อมือมากขึ้น ทำ Finkelstein’s test ซึ่งทดสอบโดยให้ผู้ป่วยกำนิ้วหัวแม่มือไว้ในอุ้งมือแล้วบิดข้อมือออกไปทางด้านนิ้วก้อยจะทำให้เส้นเอ็นตึงมากขึ้นส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดอย่างมากตามแนวเอ็น คลำข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ (Radial) แล้วให้ผู้ป่วยเคลื่อนข้อมือจะรู้สึกมีแรงเสียดสีอยู่ภายในข้อมือ ทำMuckart test โดยให้ผู้ป่วยวางนิ้วหัวแม่มือชิดกับนิ้วชี้ แล้วบิดข้อมือไปทางด้านนิ้วก้อย ซึ่งให้ผลบวกเมื่อผู้ป่วยมีอาการปวดมากตรงบริเวณปุ่มกระดูกเรเดียล

 

 

การรักษาเอ็นข้อมืออักเสบ
    การรักษา มี 2 วิธี คือ รักษาด้วยการผ่าตัดและรักษาโดยใช้ยา ซึ่งในระยะแรกอาจรักษาด้วยการรับประทานยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตียรอยด์ หากอาการไม่ทุเลาลงแพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในบริเวณที่มีอาการ (Local steroid injection) พักการใช้งานนิ้วหัวแม่มือและข้อมือข้างนั้น โดยให้อยู่นิ่งๆ อาจดาม (Splint) หรือแขวนแขน (Sling) ข้างนั้นไว้จะช่วยลดอาการปวดได้ ทำกายภาพบำบัดโดยใช้ความร้อนหรือน้ำ (Hydrotherapy) จะช่วยลดอาการปวดลงได้ หากรักษาด้วยยาไม่ได้ผลอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยตัด Annula ligament ที่หุ้มเอ็นกล้ามเนื้อออก ใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการรัดด้วย Tourniquet เพื่อไม่ให้มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณแผลผ่าตัด เลาะเอ็นที่หุ้มนี้ออกจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนนิ้วหัวแม่มือได้สะดวก
ข้อควรระวังเอ็นข้อมืออักเสบ
     การผ่าตัดบริเวณนี้ต้องระวังเส้นประสาทที่จะทอดผ่านบริเวณแผลที่ผ่าตัด ถ้าเส้นประสาทได้รับบาดเจ็บอาจมีอาการชาหรือปวดบริเวณข้อมือหลังผ่าตัดแล้วยังมีอาการปวดอยู่
  • ผ่าตัดปลอกหุ้มเอ็นไม่หมด (Incomplete  release) เนื่องจากบริเวณนี้มีปลอกหุ้มเอ็นหลายอัน อาจจะผ่าตัดปลอกหุ้มเอ็นออกไม่หมด
  • เส้นเอ็นเคลื่อนหลุด (Tendon subluxation ) เนื่องจากเทคนิคผ่าตัดผิดวิธี ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนหลุด ทำให้เกิดอาการปวดหรือมีเสียงคลิก  เวลาขยับนิ้วโป้ง
  • หากคุณมีอาการที่สงสัยว่าจะเป็นเอ็นอักเสบที่ข้อมือ ควรมาพบแพทย์ เพื่อทำการวินิจฉัยและดูแลรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เพื่อจะได้ไม่ต้องทนทรมานกับอาการเจ็บปวดข้อมือ ที่คุณต้องพึ่งพาใช้งานไปอีกนาน

ทั้งนี้สำหรับการรักษาเนื้องอกเส้นประสาทบริเวณมือ คนไข้จะมาพบแพทย์ด้วยก้อนที่เกิดขึ้นบริเวณข้อมือ โดยจะรู้สึกเหมือนไฟช็อต มีอาการชามือ ปวด เนื่องจากเส้นประสาทถูกกดทับ เนื่องจากเส้นประสาทที่เราอาจมองเห็นจากภายนอกเป็นเส้นใหญ่ๆ ความเป็นจริงแล้วมีเส้นประสาทเส้นเล็กๆ อยู่ข้างในเป็นร้อยๆ เส้น ดังนั้นการผ่าตัดเนื้องอกในเส้นประสาทต้องใช้กล้อง Microsurgery ที่มีความละเอียดเป็นพิเศษในการตัดเนื้องอกหรือถุงน้ำในเส้นประสาทเพื่อแยกเส้นประสาทเล็กๆ ออกมา เพราะหากผ่าตัดโดนเส้นประสาทคนไข้อาจสูญเสียความรู้สึกที่มือได้

 

นอกจากนี้ยังมี อุบัติเหตุทางการรักษานิ้วมือที่พิการแต่กำเนิด เช่น นิ้วเกิน นิ้วติดกัน เป็นต้น หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับมืออย่านิ่งนอนใจ ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง มือคู่สำคัญจะได้กลับมาเคลื่อนไหวได้ดีดังเดิม  


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar