Friday, 6 December 2019

อธิบดีกรมสบส. ปฏิรูปการทำงานบุคลากรยุค 4.0 เน้น! สมรรถนะเป็นฐาน บริการด้วยใจ

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ  มอบนโยบายให้บุคลากรในสังกัด ปฎิรูประบบการทำงานตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสู่ระบบดิจิตอล  4.0  เน้นใช้สมรรถนะเป็นฐาน   ให้บริการด้วยใจ และสามัคคี  สร้างศรัทธาองค์กร ลดขั้นตอนความยุ่งยาก เพื่มความสะดวกรวดเร็วแก่ประชาชน    พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนงานสุขศึกษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพประชาชน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย

 

นายแพทย์วิศิษฎ์  ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงของกรมสบส.ว่า ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ปฎิรูปการทำงานแนวใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนประเทศไทยยุคดิจิตอล 4.0 สนองนโยบายของรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีการปรับปรุงวิสัยทัศน์ พันธกิจองค์กร และการพัฒนาโครงสร้างการทำงานของหน่วยงานต่างๆภายในกรมให้สอดรับกับภารกิจขององค์กร  ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจัดเป็นหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ     และยังเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ของประเทศและการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ   โดยดูแลขับเคลื่อนโครงการเมดิคัลฮับของประเทศ    รวมทั้งการให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสุขภาพให้มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง

นายแพทย์วิศิษฎ์กล่าวว่า ได้เน้นให้บุคลากรในสังกัดที่มีหลากหลายถึง 42 สายงาน เช่นสายการแพทย์ การสาธารณสุข สายวิศวกรรมสาขาต่างๆ จำนวนประมาณ 1,200 คน ให้ทำงานโดยเน้นสมรรถนะเป็นฐาน ให้บริการด้วยใจ และใฝ่สามัคคี   ให้เจ้าหน้าที่พัฒนาการทำงานของตนเอง แก้ไขจุดอ่อนตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความดูแลของกรม เช่นพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ.2541 พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เป็นต้น จะต้องอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นหรือเป็นภาระแก่ประชาชนให้น้อยลง

นอกจากนี้ จะเร่งขับเคลื่อนระบบการสุขศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และมีความสำคัญต่อความสำเร็จของการพัฒนาระบบการสาธารณสุขของประเทศ  เนื่องจากเกี่ยวข้องในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในการดูแลตนเองให้มีสุขภาพดี ไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดต่อ เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งกำลังเป็นปัญหาอย่างมาก ต้องอาศัยองค์ความรู้ การศึกษาวิจัยที่มาของสาเหตุ  เป็นงานที่จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเข้มแข็งทั้งในระดับสถานพยาบาลและในชุมชน 


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar