Saturday, 21 September 2019

วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลัง การบริจาคโลหิต

ในปัจจุบันบ่อยครั้งเราจะได้ยินข่าวว่า สภากาชาดไทยออกมาประกาศวอนให้ประชาชนมาร่วมบริจาคโลหิต เนื่องจากขาดแคลนเลือดจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางก็ยิ่งต้องสำรองเลือดไว้จำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ  

ทั้งนี้ หลายคนอาจจะมีจิตกุศลคิดจะไปบริจาคโลหิต แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถบริจาคโลหิตได้หรือไม่ แล้วก่อนจะไปควรจะเตรียมตัวอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้างในการบริจาคเลือด กระปุกดอทคอม รวบรวมข้อมูลจากสภากาชาดไทยมาบอกแล้วค่ะ เพื่อที่การบริจาคโลหิตของคุณจะได้เกิดประโยชน์มากที่สุดทั้งต่อตัวผู้ให้และผู้รับ
ใครสามารถบริจาคโลหิตได้บ้าง

1. ต้องมีน้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป

2. ต้องมีอายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์ (ถ้าเป็นผู้บริจาคครั้งแรกต้องอายุไม่เกิน 55 ปี)

3. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ไม่อยู่ระหว่างไม่สบาย หรือกำลังรับประทานยาใด ๆ

4. ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือติดยาเสพติด

5. สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา

เตรียมตัวอย่างไรดี ก่อนไปบริจาคเลือด

1. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต

2. ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใด ๆ

3. รับประทานอาหารมื้อหลักก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารที่ประกอบด้วยกะทิ แกงต่าง ๆ ของทอด ของหวาน ฯลฯ เนื่องจากจะทำให้สีพลาสมาผิดปกติ เป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้

4. ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณโลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต

5. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง

6. งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

7. ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว

 

ขั้นตอนการบริจาคโลหิตที่สภากาชาดไทย

ขั้นตอนที่ 1 กรอกแบบฟอร์มผู้บริจาคโลหิต ควรให้ข้อมูลตรงตามความเป็นจริงของผู้บริจาค

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจร่างกาย วัดความดันโลหิต และความเข้มโลหิต

ทั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์จะสอบถามประวัติผู้บริจาคเพิ่มเติม เพื่อวินิจฉัยเบื้องต้นว่า เรามีสุขภาพพร้อมที่จะบริจาคโลหิตหรือไม่ ดังนั้น อย่าปิดบังข้อมูลเรื่องสุขภาพ หรือเขินอายที่จะตอบคำถาม

ขั้นตอนที่ 3 ลงทะเบียนรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิต ที่เคาน์เตอร์ทะเบียน

ขั้นตอนที่ 4 บริจาคโลหิต ที่ชั้น 2

ขั้นตอนที่ 5 พักรับประทานอาหารว่าง/เครื่องดื่ม หลังจากบริจาคโลหิตแล้ว

 

หลังจากบริจาคโลหิตแล้ว ควรดูแลร่างกายอย่างไร

– ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1-2 วัน

– หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมาก ๆ

– งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนัก ๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต

– ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อซ กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิต เพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล

– ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน

– รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละอย่างน้อย 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก

บริจาคโลหิตได้ที่ไหน

– ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0-2256-4300, 0-2263-9600-99 ต่อ 1101 หรือเว็บไซต์ สภากาชาดไทย
– หน่วยเคลื่อนที่รับบริจาคโลหิตตามพื้นที่ต่าง ๆ ตรวจสอบได้ที่ปฏิทินเวลารับบริจาคโลหิต สภากาชาดไทย 
– สาขาบริการโลหิต โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar