Saturday, 21 September 2019

วิธีการดูเครื่องหมาย อย.ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง

ยา(medicine) เป็นปัจจัยสำคัญในการบำบัดรักษาความเจ็บป่วย บรรเทาอาการไม่สุขสบายต่างๆ เช่น อาการไข้ อาการปวด หรือคัน และช่วยกำจัดสาเหตุของโรค เช่น ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา แต่ต้องมีความระมัดระวังในการใช้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและมีโทษน้อยสุด

โดยก่อนใช้ยาควรอ่านฉลากให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีปัญหาเรื่องการใช้ยา ปรึกษาเภสัชกรกัน  “เภสัชกรอยู่ใกล้ ใช้ยาปลอดภัย”

ในปัจจุบันพบว่าผู้คนจำนวนมาก หันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะการกิรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วันนี้เราทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อยู่ในท้องตลาดและวิธีการดูเครื่องหมาย อย.

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในประเทศไทย
• ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือ อาหารเสริม จัดเป็นอาหารประเภทหนึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติเพื่อเสริมสารบางอย่าง มักอยู่ในรูปลักษณะเป็นเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่น และมีจุดมุ่งหมายสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ มิใช่สำหรับผู้ป่วย และไม่ควรให้เด็กและสตรีมีครรภ์รับประทาน ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาทิ น้ำมันปลา สาหร่ายสไปรูลิน่า กระดูกอ่อนปลาฉลาม น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส กลูโคแมนแนน ไคโตซาน เส้นใยอาหาร คอลลาเจนอัดเม็ด ชาเขียวชนิดสกัดบรรจุแคปซูล โค เอ็นไซม์คิวเท็น แคปซูล ฯลฯ

• ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คือ ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์การใช้เพื่อสุขภาพอนามัย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพ ด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ผลิตภัณฑ์สุขภาพประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องสำอาง วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน เครื่องมือแพทย์ และวัตถุเสพติด

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทยได้กำหนดคำจำกัดความของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดังนี้
 ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ (functional food) จัดเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อสุขภาพ นอกเหนือจากคุณสมบัติและประโยชน์ของอาหารทั่วๆ ไป.
 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ (dietary supplements) เป็นอาหารที่กินเพื่อเสริมอาหารที่มีอยู่แล้ว เพื่อเสริมสร้างกลไกการทำงานของร่างกายและช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น เช่น วิตามิน เกลือแร่ สมุนไพร เป็นต้น. รูปแบบของผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเป็นแคปซูล เม็ด หรือผง
• โภชนเภสัชภัณฑ์ (nutraceuticals) จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากสารธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกัน หรือรักษาโรคที่มาจากคุณประโยชน์ของสารอาหารและยา ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของแคปซูล เม็ด หรือผง

เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่จัดอยู่ใน กลุ่มยาที่ใช้สำหรับบำบัดรักษาโรค จึงไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนออกจำหน่าย รวมถึงฉลากเตือนถึงผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังกินผลิตภัณฑ์ รวมทั้งในด้านอุตสาหกรรมการผลิตอาจไม่ได้ตามมาตรฐาน (Good Manufacturing Practices, GMP) ซึ่งตามมาตรฐาน ต้องรายงานค่าความบริสุทธิ์และค่าความปนเปื้อนที่มักมีโอกาสเกิดขึ้นสูง เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากธรรมชาติ อาจมีความแตกต่างกันจากแหล่งที่เพาะปลูกทำให้ปริมาณความเข้มข้นของสารที่มีในผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันรวมถึงความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงหรือโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว อาซีนิก หรือปรอท

ตัวอย่างการทดสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีโสมเป็นส่วนประกอบที่จำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา 22 ชนิดพบว่า 8 ชนิดมีการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงชนิด quintozene และ hexachlorobenzene ที่เชื่อว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ และ 2 ชนิดพบมีปริมาณสารตะกั่วมากกว่ามาตรฐาน8 และผลการรายงานจาก California Department of Health Services ได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ที่นำเข้าจากประเทศแถบเอเชียพบว่าอย่างน้อย 83 ตัวอย่างจากผลิตภัณฑ์ 260 ชนิดที่มีการปนเปื้อนของโลหะหนักและ 23 ชนิดที่มีส่วนผสมที่ไม่ได้ตามมาตรฐาน

เครื่องหมาย อย. คืออะไร?

เครื่องหมาย อย. คือ สัญลักษณ์ที่แสดงให้ผู้บริโภคได้ทราบว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้นๆ ได้ผ่านการพิจารณาด้านประสิทธิภาพ คุณภาพและความปลอดภัย ตามหลักเกณฑ์การผลิต และการนำเข้า จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยได้ปฏิบัติตามกฎหมายเบื้องต้นของอย. แล้ว แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงการได้รับอนุญาตโฆษณาสรรพคุณต่างๆดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ จึงควรพิจารณาข้อความสรรพคุณที่แสดงไว้บนฉลากเท่านั้น ไม่ควรหลงเชื่อข้อมูลโฆษณาที่มีลักษณะจูงใจกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง

ผลิตภัณฑ์ประเภทไหนถึงจะต้องมี “เครื่องหมาย อย.”?

กฎหมายระบุให้ผู้ผลิต หรือ ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ ภายใต้ความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูง ต้องมาขอขึ้นทะเบียน หรือ ขอจดแจ้งผลิตภัณฑ์ก่อนผลิต/นำเข้า/จำหน่าย เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคในเบื้องต้น และเมื่อได้รับการอนุมัติจาก อย. แล้ว จึงจะนำออกวางจำหน่ายในท้องตลาดได้ อย่างไรก็ตามการขอนุญาตในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ก็มีความแตกต่างกันออกไป ดังนี้คือ

ยา :

ผลิตภัณฑ์ยาทุกชนิดบนฉลากจะไม่มีเครื่องหมาย อย. แต่จะต้องแสดงเลขทะเบียนตำรับยา โดยลักษณะของกลุ่มตัวเลขแรกคือ ประเภทของทะเบียนตำรับยาจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ แล้วตามด้วยเลขทะเบียนตำรับยา (ของแต่ละตำรับยา) /ปี พ.ศ. เช่น ทะเบียนยาเลขที่ 1A 324/50เป็นต้น โดยประเภทของทะเบียนตำรับยาเช่น 1A: ยามนุษย์ผลิตภายในประเทศ (แผนปัจจุบัน) (ยาเดี่ยว) 2B: ยามนุษย์แบ่งบรรจุ (แผนปัจจุบัน)(ยาผสม) เป็นต้น

อาหาร :

ผลิตภัณฑ์อาหาร จะเรียกเครื่องหมายอย.ที่แสดงบนฉลากว่าเลขสารบบอาหาร ซึ่ง “เลขสารบบอาหาร” คือ เลขประจำตัวผลิตภัณฑ์อาหาร จะเป็นตัวเลข 13 หลัก แสดงอยู่ภายในกรอบเครื่องหมาย อย.ถูกนำมาใช้แทนตัวอักษรและตัวเลข โดยอยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. แบบเดิม เลขสารบบอาหารนี้จะระบุข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานที่ และข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารครบถ้วนมากกว่าในอดีต ช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบง่ายขึ้น

ตัวอย่าง เครื่องหมาย อย. : เลขสารบบอาหาร

โดยกำหนดให้ต้องแสดงเครื่องหมาย อย. : เลขสารบบอาหาร บนฉลากอาหาร 3 กลุ่ม (ตามการแบ่งกลุ่มประเภทอาหาร) ดังต่อไปนี้

1. อาหารควบคุมเฉพาะ เช่น เครื่องดื่ม อาหารบรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท และนมพร้อมดื่ม (ที่ผลิตจากนมโค) ไอศกรีมดัดแปลงสำหรับทารกเป็นต้น

2. อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน เช่น น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุปิดสนิท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำแข็ง น้ำมันพืช อาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น

3. อาหารที่ต้องมีฉลาก เช่น ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ หมากฝรั่งลูกอม อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที อาหารพร้อมปรุง เป็นต้น

สำหรับอาหารประเภททั่วไป เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ข้าวสาร เครื่องเทศ เครื่องปรุงต่างๆ เช่น น้ำตาล พริกไทย เป็นต้น รวมถึงอาหารที่ได้รับการยกเว้น เช่น เกลือบริโภค น้ำนมถั่วเหลือง เป็นต้น ไม่ต้องมีเครื่องหมายอย. บนฉลาก

เครื่องมือแพทย์ :

การแสดงเครื่องหมาย อย. ในฉลากผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์จะมีลักษณะเป็นตัวอักษร ผ.(ผลิต) หรือ น.(นำเข้า) ตามด้วยเลขที่ใบอนุญาต/ปี พ.ศ. อยู่ในกรอบเครื่องหมาย อย. โดยกำหนดให้แสดงในผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ เช่น ถุงมือสำหรับการตรวจโรค ถุงยางอนามัย และเลนส์สัมผัส เป็นต้น

 

ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในกลุ่มเครื่องใช้หรือเพื่อกายภาพบำบัด อุปกรณ์ที่นำมาใช้ด้านเสริมความงามต่างๆ เครื่องตรวจวัดระดับแอลกฮอล์ในร่างกาย เต้านมซิลลิโคนที่ใส่ฝังในร่างกาย และเครื่องหรืออุปกรณ์ที่ใช้ภายนอกเพื่อเสริมหรือกระชับเต้านม กำหนดให้ไม่ต้องมีเครื่องหมาย อย. แต่ต้องมีเลขที่แจ้งรายละเอียดเครื่องมือแพทย์บนฉลาก

เครื่องสำอาง :

ปัจจุบันกฎหมายใหม่กำหนดให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุม โดยฉลากไม่ต้องแสดงเครื่องหมาย อย. แต่ต้องแสดง“เลขที่ใบรับแจ้ง” โดยกำหนดให้เป็นเลข 10 หลัก เช่น 10-1-61xxxxxเป็นต้น และห้ามนำเลขที่ใบรับแจ้งมาใช้ในกรอบเครื่องหมาย อย.

คราวนี้ก็ไม่ต้องหลงเชื่อคำโฆษณาที่โอ้อวดเกินจริงของผลิตภัณฑ์ที่อ้างเครื่องหมาย อย. ที่ไม่ถูกต้องกันแล้ว เพราะเราสามารถดูและพิจารณาได้เองว่าเครื่องหมาย อย. แบบไหนควรอยู่ในผลิตภัณฑ์ใด และเลขในเครื่องหมายนั้นมีความหมายบ่งบอกถึงอะไรบ้าง แบบนี้สิถึงเรียกได้เต็มปากว่าเป็นผู้บริโภคสมัยใหม่…และการเป็นคนสุขภาพดีมีคุณภาพนั้นจะต้องรู้จักคิดและเลือกให้เป็นด้วยนะคะ

ขอขอบคุณ นิตยาสารเพื่อนแพนฉบับที่ Vol.30 No.189 ISSUE 2/2556 


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar