Friday, 13 December 2019

ยาคลายกล้ามเนื้อ อาการ และวิธีการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ 

ยา(medicine) เป็นปัจจัยสำคัญในการบำบัดรักษาความเจ็บป่วย บรรเทาอาการไม่สุขสบายต่างๆ เช่น อาการไข้ อาการปวด หรือคัน และช่วยกำจัดสาเหตุของโรค เช่น ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา แต่ต้องมีความระมัดระวังในการใช้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและมีโทษน้อยสุด

โดยก่อนใช้ยาควรอ่านฉลากให้ละเอียดและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีปัญหาเรื่องการใช้ยา ปรึกษาเภสัชกรกัน  “เภสัชกรอยู่ใกล้ ใช้ยาปลอดภัย”

สำหรับกล้ามเนื้อลายเป็นอวัยวะที่หนักถึง 40 % ของน้ำหนักตัว และมีถึง 696 มัด ซึ่งต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงพบว่า ประชากรโดยทั่วไป ประมาณ 30 % ขึ้นไปมีอาการปวดที่มีสาเหตุจากกล้ามเนื้อ เป็นอาการปวดที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ในการทำงานทำกิจกรรมต่าง ๆ อาการปวดจากกล้ามเนื้อ จะมีลักษณะได้หลายแบบ เช่น ปวดมากจนขยับร่างกายส่วนนั้นๆ ไม่ได้เลย ปวดหนักๆ ปวดเสียว ปวดเมื่อยล้าง่าย ปวดตึง ปวดหรือเสียวแปล๊บเมื่อเอื้อมแขนหรือยกแขนในบางอิริยาบถ ปวดเมื่อเอี้ยวตัว เช่น เอื้อมหยิบของที่อยู่สูง เอี้ยวหยิบของไกลตัว เป็นต้น 

อาการปวดดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดตลอดเวลา อาจเกิดบางครั้งบางคราว เป็นๆ หายๆ ปวดเวลาใดก็ได้ เช่น เช้าตื่นขึ้นรู้สึกตึงขยับลำบาก หรือ เมื่อยล้ามากในช่วงเย็น ในบางคนอาจมีอาการชายิบ ๆ บริเวณที่ปวดร่วมด้วย จนทำให้กลัวว่าจะเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

ยาคลายกล้ามเนื้อ อาการ และวิธีการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ 

สาเหตุ

อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน สาเหตุส่วนใหญ่ได้แก่

  • สาเหตุหรือสิ่งกระตุ้นที่ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อไหล่มีการหดรั้ง หรือยึดตึง
  • ออกกำลังกายหักโหมเกินไป
  • อยู่ในท่าที่เสียสมดุลของกล้ามเนื้อ เช่น ชาวนาที่ก้มหลังเกี่ยวข้าวติดต่อกันนาน ๆ แม่บ้านที่นั่งยอง ๆ ซักผ้า ฯลฯ
  • ออกแรงยก, ลาก, เข็น, ดันของหนักด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น ก้มหลังยกหีบแทนที่จะย่อเข่าลง
  • ทำงานด้วยความเครียดเกินไป เช่น นั่งทำงานในท่าเดิมนานๆ คนที่หัดถีบจักรยาน หัดขับรถ มักเกร็งกล้ามเนื้อมากเกินไป ภายใต้ภาวะเครียด ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน (มีฤทธิ์คลายเครียด แก้ปวด) ลดน้อยลง ทำให้เกิดการเจ็บปวดให้ง่ายขึ้น
  • ลักษณะท่าทางที่ผิดปกติ เช่น ไหล่ห่อ ไหล่งุ้ม
  • การเกร็งใช้กล้ามเนื้อมัดนั้นนิ่งอยู่นาน เกินขีดความสามารถ (ความแข็งแรง ทนทาน)ของกล้ามเนื้อนั้นที่จะทนได้ เช่น การนั่งเขียนหนังสือนานเป็นหลายชั่วโมง นั่งทำงานคอมพิวเตอร์ตลอดวัน เป็นต้น การใช้โต๊ะ เก้าอี้ ที่ไม่เหมาะสม ผิดสัดส่วน โต๊ะสูงหรือเตี้ยเกินไป แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือที่วางเมาส์ วางสูงเกินไป ทำให้ต้องยกไหล่ อยู่ตลอดเวลา เอื้อมเกร็งจับเมาส์ที่อยู่ไกล
  • ภาวะ หรือ โรคบางอย่างก็ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อยึดตึงกดเจ็บได้ เช่น ต่อมธัยรอยด์ทำงานผิดปกติ ภาวะขาดสารอาหารหรือได้รับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขาดวิตามิน โรคกระดูกก้านคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทของไหล่ข้างนั้นๆ ภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • ภาวะหลังผ่าตัดทรวงอก เช่น ผ่าตัดหัวใจ ผ่าตัดปอด
  • ภาวะการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่รุนแรงจากอุบัติเหตุ
  • ภาวะความเครียดไม่ว่าจะทางกาย หรือ ใจ 

โดยจะตรวจพบว่า กล้ามเนื้อที่เป็นสาเหตุของอาการ จะมีจุดกดเจ็บ ซึ่งบางครั้งอาจคลำได้คล้ายก้อน หรือ คล้ายมีเชือกที่ขึงตึงอยู่ในกล้ามเนื้อนั้น เมื่อกดนิ้วลงที่จุดกดเจ็บอาจเห็นการกระตุกสั้น ๆ ได้ สิ่งที่มักจะตรวจพบร่วมด้วย คือ มีการติดยึด หดรั้ง ขยับเคลื่อนไปในทิศทางต่าง ๆ ได้ไม่สุด(ในกรณีที่เป็นไม่มาก) เช่น ข้อไหล่ติด หลังแข็งก้มลำบาก เป็นต้น

การรักษา

  • อาการปวดเมื่อยมักหายได้เอง เมื่อกล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย พักงานนานพอ สิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีขึ้นคือ การนวดเฟ้น, การประคบร้อน, การอาบน้ำอุ่น, การทำสมาธิ และยาคลายกล้ามเนื้อ ปัจจัย 4 อย่างแรกที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ขจัดการได้โดยไม่ต้องซื้อหา และทุกครอบครัวสามารถดำเนินการได้เอง
  • ส่วนยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นสิ่งที่ต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ ต้องการคำแนะนำการใช้จากแพทย์ หรือเภสัชกร และหาไม่ได้ง่ายเหมือน 4 อย่างแรก

ยาคลายกล้ามเนื้อที่แพทย์นิยมใช้กัน ได้แก่ เมโทคาร์บามอล (METHOCARRAMOL) และไดอะซีแพม (DLAZEPAM)

(1) เมโทคาร์บามอล
ชื่อการค้า เช่น โรแบกซิน (ROBAXIN), มัยโอเมทอล (MYOMETHOU, รีแลกซอน (REZLAXON) เป็นต้น

สรรพคุณ : ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

ผลข้างเคียง : ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการตาพร่ามัว, เห็นภาพซ้อน, มึนงง, ง่วงนอน, รู้สึกคล้ายศีรษะลอยและปวดหัว
อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลง เมื่อร่างกายปรับตัวได้
ผลข้างเคียงที่พบน้อยคือ ทำให้มีไข้, คลื่นไส้
ผลข้างเคียงที่รุนแรงคือ ผื่นที่ผิวหนังและเยื่อบุจากปฏิกิริยาภูมิแพ้ ดังนั้น ถ้ามีอาการคัน, ผื่นขึ้น, คัดจมูก หรือจุดเลือดออกในตาระหว่างที่กินยานี้ ให้หยุดยาทันที และรีบไปพบแพทย์

ข้อควรระวัง : ถ้าเป็นโรคไตหรือโรคลมชักอยู่ ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพราะการฉีดยาเมโทคาร์บามอล ทำให้โรคไตและโรคลมชักทรุดลง ถ้ากำลังกินยากันชัก, ยาแก้ปวด, ยานอนหลับ, ยาแก้ซึมเศร้า, ยาคลายกังวล (ยากล่อมประสาท) ต้องบอกให้แพทย์ทราบล่วงหน้า
อย่าดื่มสุรา, เบียร์ หรือสิ่งมึนเมาทุกชนิดในระหว่างกินยาชนิดนี้ ถ้ากำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมลูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่ควรใช้ยานี้

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่ :
ครั้งละ 1.5-2 กรัม (3-4 เม็ด) วันละ 4 ครั้งใน 3 วันแรก แล้วลดลงเหลือครั้งละ 1 กรัม (2 เม็ด) วันละ 4 ครั้ง ราคา ขนาดเม็ด 500 มิลลิกรัม ราคาเม็ดละประมาณ 1-4 บาท

(2)ไดอะซีแพม
เป็นยาคลายกังวลที่นิยมใช้กันมาก และมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อด้วย จึงมีผู้นำมาใช้เพื่อแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รายละเอียดเกี่ยวกับยานี้ ได้กล่าวไว้แล้วใน หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 109 หน้า 38-40

ในทางปฏิบัติ อาการเกร็งกล้ามเนื้อ มักทำให้เกิดอาการปวดร่วมด้วยเสมอ จึงจำเป็นต้องให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย ยาแก้ปวดที่ใช้ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ อาจเป็นพาราเซตามอล หรือแอสไพรินก็ได้

วิธีบีบนวด, ประคบร้อน, ทำสมาธิ และอาบน้ำอุ่น ล้วนช่วยเสริมฤทธิ์การรักษาของยา สามารถใช้แทนยาได้ และช่วยให้สามารถลดขนาดยาให้น้อยลง ที่สำคัญคือ วิธีการเหล่านี้ ผู้ป่วยและญาติมิตรสามารถช่วยเหลือกันเองได้ ทำให้ไม่ต้องพึ่งยา พึ่งหมอมากเกินจำเป็น

ที่มา : https://www.doctor.or.th


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar