Saturday, 25 January 2020

ปัญหาเรื่องกระดูก ปวดข้อ ปวดเข่า

“โรคข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากการใช้งานข้อต่อเนื่องยาวนานจนทำให้กระดูกอ่อน ผิวข้อสึกกร่อน ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดข้อขณะเคลื่อนไหว เข่าผิดรูปโก่งงอ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม น่าสนใจว่า…ปัจจุบันไม่เฉพาะคนแก่เท่านั้นที่เป็น คนกลางคน…ก็เป็นได้ นพ.ศริษฏ์ หงษ์วิไล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า จริงๆแล้ว สถิติคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อมูล ณ ปี 2553 เป็นอยู่ 6-7 ล้านคน

ปัญหาสำคัญมีว่า…พอเป็นโรคแล้วส่งผลกระทบในเรื่องคุณภาพชีวิต มากขึ้น พบว่า ที่พบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 45 ปีก็เริ่มมีอุบัติการณ์ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น มีรายงานบ่อยขึ้น…อาจจะยังเป็นจำนวนไม่มาก แต่ก็เกิดขึ้นได้

สาเหตุปวดกระดูก ปวดข้อ ปวดเข่า

  • สาเหตุที่เกิดมีอยู่ 2 หลักใหญ่ๆ หนึ่ง…แรงที่กระทำกับข้อเยอะเกินปกติและเป็นเวลานาน เช่น ในกลุ่มที่เป็นนักวิ่งมาราธอน จะพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมในอนาคตจะสูงกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่าตัว
  • ถัดมา…กลุ่มที่มีพยาธิสภาพในข้อเข่า เช่น มีอุบัติเหตุมาก่อน อาจจะมีกระดูกหักหรือมีผิวกระดูกที่บาดเจ็บมาก่อน อย่างนักฟุตบอลที่เอ็นฉีกขาด ทำให้พยาธิสภาพในเข่าเปลี่ยนแปลงไปไม่สมดุล เสียความมั่นคง
  • อีกปัจจัยก็คือ “โรคประจำตัว” เช่น พวกที่เป็นรูมาตอยด์…ข้ออักเสบอยู่บ่อยๆ ก็อาจจะทำให้ข้อเสื่อม สึกได้เร็วขึ้น ในกลุ่มคนอายุน้อยจะพบสาเหตุใหญ่ๆก็คือ เกิดอุบัติเหตุมาก่อน กระดูกหัก ทำให้แนวแกนขาเปลี่ยนไป อาจเป็นกระดูกหน้าแข้ง กระดูกต้นขาหัก หรือกระดูกตรงเข่าหัก ทำให้การรับแรงเปลี่ยนไปเกิดเสื่อมสึกได้
  • กรณีถัดมาก็จะเป็นกลุ่มที่มีโรคประจำตัวอย่างที่กล่าวไปแล้ว รวมถึงโรคเลือดบางชนิดที่ไม่ค่อยพบในเมืองไทย เช่น เลือดข้นผิดปกติ อย่างที่สามพวกที่เรียกว่า ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เยอะ จะทำให้กระดูกตายได้
  • “หลักๆในบ้านเราจะเป็นเช่นนี้ น้ำหนักเยอะก็เป็นปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะบีเอ็มไอที่เกิน 40 จริงๆน้ำหนักเกินมากไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าเกินบีเอ็มไอ 40 จะเป็นเยอะเลย…โอกาสที่เป็นสูงขึ้นเยอะ”

อาการ ปวดกระดูก ปวดข้อ ปวดเข่า

  • อาการแรกของคนที่เป็นข้อเข่าเสื่อมจะเริ่มจากปวดเข่าบ่อยๆ แต่การปวดแบบนี้ก็มีหลายลักษณะหลายแบบ…ปวดเวลาทำอะไร ส่วนมากข้อเข่าเสื่อมจะปวดตอนนั่งยอง นั่งคุกเข่า พับเพียบ จะเริ่มปวด
  • หรือ…ปวดตอนขึ้นลงบันได รู้สึกปวดมาก อยู่ท่านั้นนานๆไม่ไหว อาจจะต้องปรึกษา คุยกับคุณหมอดูว่า…เริ่มเป็นเข่าเสื่อมแล้วหรือยัง หรือว่าเป็นอย่างอื่น ก็มีโอกาสเป็นได้หรือยัง สัญญาณต่อมาก็คืออาจจะมีเข่าบวม เข่าอุ่น…บวมร้อน ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีการอักเสบตรงข้อเข่า ข้อเข่ามีปัญหา
  • สำหรับการแบ่งระยะสำหรับข้อเข่าเสื่อมจะใช้ภาพเอกซเรย์เป็นหลักในการบอก ซึ่งจะมีตั้งแต่ข้อเข่าปกติ ข้อเข่าเสื่อมระยะต้น หรือว่าเสื่อมเล็กน้อย เสื่อมปานกลาง แล้วก็รุนแรง
  • “ตรงนี้ต้องเข้าใจต่อไปอีกว่า ตัวที่เอกซเรย์ว่าเป็นมากเป็นน้อยบอกระยะของอาการเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเราควรต้องทำอย่างไร…การวินิจฉัยหลักๆก็คือ การอ่านประวัติแล้วก็ตรวจร่างกาย เอกซเรย์เหมือนเป็นตัวยืนยัน ว่า…ใช่ แล้วก็ช่วยบอกว่าเป็นระยะไหนเท่านั้น ระยะต้น…ระยะกลาง หรือว่ารุนแรงแล้ว”

การรักษา ปวดกระดูก ปวดข้อ ปวดเข่า

  • การรักษาคร่าวๆ ถ้าเป็นระยะต้นหรือระยะกลาง การรักษาด้วยวิธีไม่ต้องผ่าตัดยังพอไหวอยู่ เริ่มตั้งแต่ “การใช้ยา” และ “ไม่ใช้ยา”… “ไม่ใช้ยาก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บางคนชอบนั่งเตี้ย นั่งยอง พับเพียบ คุกเข่า ก็เปลี่ยนมานั่งเก้าอี้แทน…สองก็คือ พยายามลดน้ำหนักในคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน จะช่วยลดแรงกระทำในข้อเข่า สาม…ก็คือ ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง ช่วยรับน้ำหนักข้อเข่าให้ดีขึ้น กระชับขึ้น”
  • การบริหารกล้ามเนื้อตรงนี้ใช้วิธีการ ไม่ใช้แรงกระแทก อาจนั่งแล้วก็ยกขาธรรมดาเป็นท่าพื้นฐาน นั่งเก้าอี้พิงหลังสบายๆ ยกขาขึ้นขนานกับพื้นแล้วก็ค้างไว้ ใช้ข้อเข่าเป็นจุดหมุดสัก 10 วินาทีแล้วก็เอาลง…จะยกคู่ทั้งสองข้างหรือสลับกันก็ได้ แต่ต้องทำอย่างน้อยวันละสัก 100 หรือ 200 ครั้ง…ยิ่งทำได้เยอะๆก็จะยิ่งได้ผลดีกลับมา
  • อย่างที่สี่…ก็คือ ออกกำลังกาย ไม่กระแทก ที่เรียกว่า…โลว์อิมแพ็ก เพื่อให้ได้ทั้งหัวใจ ปอด พัฒนาทั้งร่างกายของเรา เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน การเดินในน้ำ บางคนว่ายน้ำไม่เป็นก็ทำได้ เดิน…วิ่ง…ออกกำลังกายในน้ำ “น้ำเป็นตัวช่วยรับแรงกระแทกของเรา แล้วมีผลช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายได้ด้วย การออกกำลังกายในน้ำได้รับความนิยมในต่างประเทศมากในปัจจุบัน มีหลากหลายให้เลือก เต้นในน้ำก็มี”
  • ต่อมา…หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว รักษาโดยที่ไม่ใช้ยาแล้ว บางคน…บางกรณี คุณหมออาจจะแนะนำในเรื่องของการใช้ยาร่วมด้วย ทำให้การปวดหายได้เร็วขึ้น กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น ก็จะมียากิน ยาฉีด
  • “ยากิน”…ก็เป็นยากลุ่มลดการอักเสบทั่วไป ก็ต้องดูว่าคนไข้มีโรคประจำตัวอะไรไหม เลือกยาให้เหมาะสม สำหรับยาฉีดเข้าข้อเข่าหลักๆ ปัจจุบันนี้มี 2 อย่าง “สเตียรอยด์” กับ “น้ำไขข้อเทียม”
  • การใช้ยาฉีดเฉพาะที่กลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์…เป็นยาลดอักเสบชนิดหนึ่ง ครอบจักรวาล เวลาฉีดตรงข้อเข่าก็จะลดการอักเสบเฉพาะที่…ไม่เหมือนสเตียรอยด์กินทีไปทั้งตัว แต่ว่าการให้สเตียรอยด์ในคนไข้อายุน้อย มากๆเราไม่อยากใช้ เพราะมีรายงานว่าถ้าใช้ฉีดบ่อย ผลึกสเตียรอยด์จะทำให้ข้อเข่าสึกเร็วขึ้นได้
  • “น้ำไขข้อเทียม”… เวลาที่เข่าเริ่มเสื่อม น้ำหล่อลื่นที่ปกติเคยมี เปลี่ยนคุณสมบัติไป ความหนืดน้อยลง การฉีดน้ำข้อเทียมเข้าไปก็เหมือนใส่จารบีเพิ่มเข้าไปให้หล่อลื่นดีขึ้น หวังว่าการเคลื่อนไหวน่าจะดีขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น น้ำข้อเทียม…ก็ยังใช้ได้ผลดีกับกลุ่มคนไข้ที่ยังเป็นไม่มาก เสื่อมระยะเริ่มต้นหรือปานกลางเท่านั้นเอง พอเสื่อมมากขึ้นแล้วฉีดไปก็มักจะไม่ได้ประโยชน์ แล้วสุดท้ายจริงๆ…เรื่องของการฉีดก็เป็นเรื่องของสเต็มเซลล์ที่อาจเคยได้ยินกันมาบ้าง เชื่อว่าเป็นฟิวเจอร์เมดิซีน แต่ปัจจุบันยังอยู่ในห้องทดลองเสียส่วนใหญ่ ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอให้สนับสนุนมาใช้รักษาโรคจริงๆ เพียงแต่เริ่มมีการศึกษามากขึ้น อนาคตเราอาจจะได้เห็น


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar