Friday, 6 December 2019

10 ประโยชน์ของ ‘อาโวคาโด’

อาโวคาโด (Avocado)

อาโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้ที่มีเนื้อมันเป็นเนย และเป็นต้นไม้ที่มาจากประเทศเม็กซิโก  นิวซีแลนด์ และประเทศอเมริกา(แคลิฟอร์เนีย) โดยมีรูปทรงคล้ายสาลี่ รูปไข่ หรือรูปกลม มิชชันนารีชาวอเมริกันนำมาปลูกในประเทศไทยครั้งแรกที่จังหวัดน่านต่อจากนั้นจึงมีหน่วยงานต่าง ๆ นำอาโวคาโดมาปลูกมากขึ้น โดย อาโวคาโดเป็นไม้ยืนต้น ต้นโตเต็มที่สูงถึง 18 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน ผิวขรุขระ ใบสีเขียวสด ดอกขนาดเล็ก สีเขียวอมเหลือง ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งผลกลมรีหรือทรงลูกแพร์ มีทั้งพันธุ์เปลือกหนาและเปลือกบาง เนื้อสีเขียวออกเหลือง รสมัน เนื้อละเอียด ไม่มีกลิ่น มีเมล็ดเดียว มีรกหุ้มเมล็ด

ซึ่งความจริงแล้ว “อาโวคาโด” มีหลายสายพันธุ์ แม้รูปทรงของผลจะแตกต่างกัน หรือรสชาติอร่อยไม่เท่ากัน แต่คุณค่าทางโภชนาการจะเท่ากันทุกอย่าง ลักษณะของอาโวคาโดที่ปลูกในประเทศไทย ที่เราเห็นมันจะมีผิวด้านนอกเรียบมัน สีเขียวสด ส่วนอาโวคาโดจากต่างประเทศมักจะมีลักษณะผิวขรุขระ เปลือกสีน้ำตาลเข้มเมื่อสุก

สายพันธ์ของอาโวคาโด(Avocado)

สำหรับสายพันธ์ของอาโวคาโด แบ่งเป็น 3 สายพันธ์(เผ่า) ดังนี้

  • สายพันธ์(เผ่า) กัวเตมาลา ผลสีเขียว ขั้วผลขรุขระ เมล็ดเรียบเล็กค่อนข้างกลม เนื้อหนา ไขมันสูง ชอบอากาศหนาวเย็นปานกลาง เช่น
    • พันธุ์แฮส (Hass)
    • พันธุ์พิงค์เคอตัน (Pinkerton)
  • สายพันธ์(เผ่า) อินดีสตะวันตก ผิวผลเรียบเป็นมัน สีเขียวอมเหลือง เปลือกหนา เมล็ดอยู่ในโพรงเมล็ดอย่างหลวม ๆ รสหวานอ่อน ไขมันน้อย ชอบอากาศร้อน เช่น
    • พันธุ์ปีเตอร์สัน (Peterson)
  • สายพันธ์(เผ่า) เม็กซิโก ผลเล็กเรียบ เมื่อแก่สีม่วง เปลือกบางกว่าอีก 2 พันธุ์ เปลือกหุ้มเมล็ดบาง เมล็ดใหญ่อยู่ในโพรงเมล็ดอย่างหลวม ๆ มีไขมันมากที่สุด ทนอากาศเย็นได้ดีที่สุด

ลักษณะของอาโวคาโด(Avocado)

อาโวคาโดเป็นผักที่มีการค้าขายและเพาะปลูกในภูมิอากาศเขตร้อนทั่วโลก (และบางส่วนในเขตอบอุ่น เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย ) มีผลสีเขียวทางลูกสาลี่ที่จะสุกหลังการเก็บเกี่ยว ต้นไม้สามารถถ่ายเรณูในต้นเดียวกันได้และบางครั้งการขยายพันธุ์จะใช้การติดตาตอนกิ่งเพื่อที่จะสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของผลได้

อาโวคาโดเป็นผักที่มีการค้าขายและเพาะปลูกในภูมิอากาศเขตร้อนทั่วโลก (และบางส่วนในเขตอบอุ่น เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย) มีผลสีเขียวทางลูกสาลี่ที่จะสุกหลังการเก็บเกี่ยว ต้นไม้สามารถถ่ายเรณูในต้นเดียวกันได้และบางครั้งการขยายพันธุ์จะใช้การติดตาตอนกิ่งเพื่อที่จะสามารถควบคุมคุณภาพและปริมาณของผลได้

อาโวคาโด ผลไม้เมืองหนาวที่แสนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งตอนนี้ก็หาง่าย เนื่องจากคนไทยเริ่มรู้จักและนิยมรับประทานผลอาโวคาโดกันอย่างแพร่หลายแล้ว

ซึ่งความจริงแล้ว “อาโวคาโด” มีหลายสายพันธุ์ แม้รูปทรงของผลจะแตกต่างกัน หรือรสชาติอร่อยไม่เท่ากัน แต่คุณค่าทางโภชนาการจะเท่ากันทุกอย่าง ลักษณะของอาโวคาโดที่ปลูกในประเทศไทย ที่เราเห็นมันจะมีผิวด้านนอกเรียบมัน สีเขียวสด ส่วนอาโวคาโดจากต่างประเทศมักจะมีลักษณะผิวขรุขระ เปลือกสีน้ำตาลเข้มเมื่อสุก

ประโยชน์ของอาโวคาโด (Avocado)

อาโวคาโด เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ได้แก่

  1. มีวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยงามไม่แก่เร็ว ที่สำคัญกินแล้วจะไม่เป็นหมัน ป้องกันหวัด เลือดออกตามไรฟัน และ ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  2. มีวิตามินเอ บวกสารเบต้าแคโรทีน บำรุงสายตา
  3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง
  4. มีโปรตีนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น แต่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตต่ำ
  5. มีวิตามินบี แก้อาการเหน็บชา
  6. มีโพแทสเซียมและโฟเลส ช่วยลดความดันโลหิต
  7. เป็น กรดไขมันดี ชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับน้ำมันมะกอก ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และป้องกันโรคหัวใจได้ มีประโยชน์ลดไขมันในเลือด กินแล้วลดน้ำหนักได้ดี
  8. มี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา
  9. มี วิตามินซี ช่วยป้องกันโรคหวัด และช่วยบำรุงฟัน
  10. สารแคโรทีนอยด์ต่างๆ ถึง 10 ชนิด โดยจะพบมากบริเวณเนื้อที่เป็นสีเขียวเข้มที่ติดกับใต้เปลือก

ทั้งนี้ อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีผิวที่มีลักษณะขรุขระ เปลือกหนา มีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกจัดจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือดำ เนื้ออะโวคาโดจะมีลักษณะเป็นครีม อ่อนนุ่ม มีรสชาติคล้ายเนย อดุมด้วยสารอาหารที่ประโยชน์ต่อสุขภาพเพราะอุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ โดยอะโวคาโดที่ปลูกในนิวซีแลนด์ ถือเป็นผลไม้ที่มีความโดดเด่น โดยเฉพาะการให้ประโยชน์ทางโภชนาการสูง มีวิตามิน บี6มากถึงสองเท่า และวิตามินที่ละลายน้ำได้หรือโฟเลต (Folate)มากกว่า20%เมื่อเทียบกับอะโวคาโดที่ปลูกในภูมิภาคอื่นของโลก วิตามิน บี6ช่วยต่อสู้กับความเมื่อยล้า ส่วนโฟเลตมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของแม่และพัฒนาการของเด็ก อีกด้วย


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar