Thursday, 24 October 2019

12 ข้อผิดพลาดของการใช้ครีมกันแดดที่ต้องระมัดระวัง

ปัจจุบันครีมกันแดดเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเมื่อผิวต้องเผชิญกับแเสงแดดอยู่ทุกวัน วิธีทากันแดดให้ถูกต้องจะเป็นเกราะป้องกันรังสียูวีไม่ให้ทำร้ายผิวของคุณ คุณทราบหรือไม่ว่าควรทาครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ผล?

 

ครีมกันแดดนั้นจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ ด้านล่างนี้คือคำอธิบายเกี่ยวกับการเลือกค่าครีมกันแดดและเทคนิคการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับสภาพผิวคุณ รวมถึงวิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

โดยในปัจจุบันการทาครีมกันแดดเป็นวิธีที่ช่วยปกป้องผิวของเราจากแสงแดด ทำให้หลายคนพกครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อไปเที่ยวทะเล หรือทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม บางคนอาจพบว่าตัวเองยังคงประสบปัญหาผิวไหม้ หรือปัญหาผิวอื่นๆ ที่เกิดจากแสงแดด ซึ่งบางทีอาจเป็นเพราะว่าคนเหล่านี้ใช้ครีมกันแดดไม่ถูกวิธี สำหรับข้อผิดพลาดที่เราอาจเผลอทำตอนใช้ครีมกันแดดมีดังนี้

(1) ไม่ใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทภาพมากที่สุด

  • ครีมกันแดดมีส่วนผสมอยู่หลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการต้านรังสีอัลตราไวโอเลตนั่นก็คือ UVA ที่เป็นตัวการทำให้ผิวแห้งกร้านและเกิดริ้วรอย และ UVB ซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้ากระ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวไหม้แดด ส่วนผสมในครีมกันแดดจะเป็นตัวดูดซึมรังสียูวีและปกป้องผิวไม่ให้สัมผัสกับรังสียูวีโดยตรง ในการเลือกซื้อครีมกันแดดคุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB เพราะครีมกันแดดบางชนิดมีคุณสมบัติในการป้องกันเฉพาะรังสี UVB ทำให้ผิวของคุณไม่ได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ คุณจึงควรใส่ใจในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทภาพมากที่สุด

(2) ไม่คำนึงถึงค่า SPF 

  • ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังได้ระบุว่า ค่า SPF (Sun Protection Factor)  หรือค่าการปกป้องจากรังสียูวี 15 สามารถป้องกันรังสี UVB ได้ 93% SPF 30 ป้องกันได้ 97% และ SPF 50 หรือมากกว่าสามารถป้องกันได้มากถึง 98% แต่ก่อนเลือกค่า SPF คุณควรตรวจสภาพผิวของคุณก่อนว่าผิวของคุณนั้นบอบบางมากน้อยขนาดไหนเพื่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวคุณมากที่สุด
  • สำหรับคนที่มีผิวบอบบางมากควรเลือกค่า SPF ในการปกป้องสูง เพราะผิวที่บอบบางมากจะมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดด สีผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือชมพูทันทีที่ต้องเผชิญกับแสงแดดโดยตรง ซึ่งในระยะต่อมาผิวจะลอกโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีผิว แต่สำหรับผู้ที่มีผิวปกติหรือผิวเข้ม ผิวจะกลายเป็นสีแทนได้ง่ายควรเลือกค่า SPF ที่ต่ำลง เช่น SPF15 
  • การเลือกค่า SPF ที่เหมาะสมนั้นอาจขึ้นกับระยะเวลาที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดด หากคุณต้องทำงานนอกสถานที่หรืออยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน คุณควรเลือกครีมกันแดดกันน้ำที่มีค่า SPF สูง เพื่อช่วยปกป้องผิวคุณได้ยาวนานขึ้น

 

(3) ละเลยครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำ

  • นอกจากการเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB แล้ว คุณควรเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำด้วย เพราะครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะช่วยปกป้องผิวของคุณในระหว่างทำกิจกรรมต่างๆเช่น ว่ายน้ำ หรือเล่นน้ำทะเลเป็นต้น 
  • ครีมกันแดด สำหรับผิวกาย ควรมีค่า SPF 30 และ PA ++ ปกป้องล้ำลึกทั้งรังสี UVA และUVB และมีคุณสมบัติกันน้ำทั้งยังเข้มข้นเพื่อช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและชุ่มชื่น และสามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างรวดเร็ว 

 

(4) ละเลยวิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง

  • วิธีครีมทากันแดดบนใบหน้าและลำตัวที่ถูกต้องนั้นจำเป็นต้องทาในปริมาณที่เหมาะสม ตามที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ โดยส่วนมากจะระบุให้ทาในประมาณ 1 กรัม ไม่ควรทาครีมกันแดดมากจนเกินไปเพราะอาจทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเนื่องจากส่วนเกินของครีมไม่ซึมผิว โดยทาทิ้งไว้ประมาณ 15 – 30 นาทีก่อนเผชิญแสงแดด เพื่อให้เนื้อครีมซึมลงสู่ชั้นผิวและเป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทาครีมกันแดดหลายๆครั้งในรอบวัน รวมถึงการทาซ้ำหลังว่ายน้ำหรือเมื่อมีเหงื่อออกมาก
  • วิธีทากันแดดควรทาให้ทั่วทุกส่วนของใบหน้าและร่างกายโดยไม่ควรละเลยส่วนที่คิดว่าไม่จำเป็น เช่น ลำคอ แผ่นหลัง และหูเพราะรังสีอัลตราไวโอเล็ตสามารถทำร้ายผิวได้ทุกส่วนของร่างกาย ดังนั้นการทาครีมกันให้ทั่วถึงจึงมีความสำคัญในการคงไว้ซึ่งผิวกระจ่างใส

(5) ทาครีมกันแดดไม่เพียงพอ

  • การทาครีมกันแดดให้ได้ 2 มิลลิกรัมต่อผิว 1 ตร.ซม. หรือ 1 แก้วช็อต ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งค่า SPF หรือมีชื่อเต็มว่า Sun Protection Factor คือตัวเลขที่บอกว่าครีมกันแดดสามารถป้องกันไม่ให้ผิวไหม้จากรังสียูวีบีได้ดีเท่าไร หากคุณทาครีมกันแดด 2 มิลลิกรัมต่อผิว 1 ตร.ซม. ถ้าครีมกันแดดมีค่า SPF 30 มันก็จะป้องกันรังสียูวีบีได้ 96.7% แต่ถ้าคุณทาครีมกันแดดเพียงแค่ครึ่งเดียวของจำนวนดังกล่าว ครีมกันแดดก็จะป้องกันรังสียูวีบีได้ประมาณครึ่งเดียวเช่นกัน

 

(6) ทาครีมกันแดดแค่เวลาออกนอกบ้าน

  • รังสียูวีเอสามารถส่องทะลุผ่านทางกระจก อย่างไรก็ดี รังสียูวีเอเป็นตัวการที่ทำให้เกิดริ้วรอย ในขณะที่รังสียูวีบีทำให้ผิวไหม้ ซึ่งการใส่แว่นตากันแดดสามารถป้องกันรังสียูวีบีได้เกือบทั้งหมด ในขณะที่รังสียูวีเอสามารถทะลุผ่านเข้ามาในดวงตาได้ ดังนั้นให้คุณทาครีมกันแดด หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและรังสียูวีบีก่อนที่จะขึ้นรถหรืออยู่ในห้องที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา

 

(7) สันนิษฐานว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงจะติดทนที่ผิวนานกว่า

  • แม้ว่าคุณจะใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 100 ขึ้นไป แต่การทาครีมกันแดดซ้ำอย่างสม่ำเสมอก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ไม่ได้ทำให้ครีมกันแดดติดทนนานขึ้น ซึ่งค่า SPF ใช้บอกได้แค่ว่าครีมกันแดดสามารถป้องกันรังสียูวีบีได้เท่าไร แต่ไม่ได้บอกระยะเวลาที่ปกป้อง ดังนั้นไม่ว่าครีมกันแดดจะมีค่า SPF เท่าไร คุณก็ยังต้องทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ

 

(8) ใช้ครีมกันแดดที่หมดอายุ

  • เราไม่ควรใช้ครีมกันแดดที่หมดอายุแล้ว หากครีมกันแดดของคุณไม่ได้ระบุวันหมดอายุ คุณควรโยนมันทิ้งลงถังขยะหลังครบ 3 ปี ในขณะที่ครีมกันแดดบางยี่ห้อก็มีการระบุวันหมดอายุไว้ชัดเจน หากคุณใช้ครีมกันแดดที่หมดอายุแล้ว คุณก็จะไม่ได้รับการปกป้องดีเท่าที่คาดหวังไว้ หรือมันอาจทำให้ผิวระคายเคือง

 

(9) ทาครีมกันแดดเมื่อออกไปนอกบ้าน

  • ครีมกันแดดใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการซึมเข้าผิว ดังนั้นการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งเราควรทาครีมกันแดดประมาณ 15 นาที ก่อนสัมผัสกับแสงแดด เพราะอย่างที่เราบอกไปว่าการที่ครีมกันแดดจะทำงานได้เต็มที่นั้น มันต้องใช้เวลา 15 นาที ในการซึมเข้าผิว แต่หากคุณทาครีมกันแดดในขณะที่ออกไปนอกบ้าน ในระยะเวลา 15 นาที ที่ครีมกันแดดยังไม่ซึมเข้าผิว ถ้าคุณมีผิวที่มีความไวต่อสิ่งกระตุ้น หรือดัชนีรังสียูวีมีค่าสูง มันก็จะทำให้ผิวไหม้ได้

 

(10) ใช้ครีมกันแดดเมื่อดัชนียูวีมีค่าสูงเท่านั้น

  • โรคมะเร็งผิวหนัง หรือปัญหาผิวอื่นๆ ที่เกิดจากแสงแดดนั้นสามารถเป็นผลจากการสัมผัสกับแสงแดดโดยไม่ได้ตั้งใจในช่วงเวลาสั้นๆ แม้ว่าค่าดัชนียูวีจะมีค่าต่ำก็ตาม ทั้งนี้แม้ว่ารังสียูวีเอจะมีค่าเพียงเล็กน้อย แต่หากสะสมเป็นเวลานาน มันก็สามารถทำให้ DNA เสียหาย และหากไม่ได้รับการฟื้นฟู มันก็จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ในที่สุด

 

(11) ทาครีมกันแดดไม่ทั่วบริเวณ

  • มีหลายคนที่ลืมทาครีมกันแดดที่หลังหัวเข่า หู ใกล้ดวงตา คอ และหนังศีรษะ ซึ่งล้วนแต่เป็นบริเวณที่ไม่สามารถต้านทานแสงแดด อย่างไรก็ดี เมื่อทาครีมกันแดด คุณควรมั่นใจว่าได้ทาทุกส่วนที่จะได้สัมผัสกับแสงแดด นอกจากบริเวณที่เรากล่าวไปแล้ว คุณก็อย่าลืมทาครีมกันแดดที่ริมฝีปาก มือ และฝ่าเท้าด้วย

 

(12) ลืมทาครีมกันแดดซ้ำ

  • ไม่ว่าคุณจะใช้ครีมกันแดดแบบโลชั่น สเปรย์ หรือแท่ง และไม่ว่าคุณจะใช้ชนิดที่กันน้ำได้หรือเป็นครีมกันแดดปกติ คุณจำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำ ทั้งนี้การทาครีมกันแดดครั้งเดียวจะช่วยปกป้องผิวของคุณได้เพียงแค่ประมาณ 2 ชั่วโมงเท่านั้น และมันอาจน้อยลงถ้าคุณใช้เวลาอยู่ในน้ำ

ทั้งนี้แม้ว่าครีมกันแดดจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันไม่ให้แสงแดดทำร้ายผิว แต่หากคุณรู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งที่เรากล่าวไปเป็นประจำ คุณก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อที่จะได้รับประโยชน์จากครีมกันแดดได้อย่างเต็มที่


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar