Saturday, 21 September 2019

6 ประการที่พ่อแม่ควรรู้ในการเล่นขายของกับเด็ก

จอห์น ดิวอี้ กล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ การเรียนรู้คือชีวิต” เราทุกคนเริ่มต้นการเรียนรู้นับแต่วัยเด็กเรื่อย ๆ มา และดำเนินต่อไปจวบชั่วชีวิตของเรา และสิ่งที่กระตุ้นการเรียนรู้ของเราได้มากที่สุดก็คือ “การนำการเรียนการสอนไปใช้ชีวิตประจำวัน” หรือที่เราเคยได้ยินกันว่า learning by doing หรือจะเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ซึ่งจะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ เรื่องราวต่างๆ อย่างแท้จริง และเป็นความจำที่ติดทนนานในสมองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ ที่ต้องอาศัยการเล่นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์เรียนรู้ ผ่านความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และไม่ใช่การเรียนรู้โดยการนั่งฟัง พ่อแม่หรือคุณครูคอยบอก คอยสอน ซึ่งบ่อยครั้งที่จะทำให้เด็กรู้สึกเบื่อ หรือเครียด จนไม่สนใจที่จะเรียนรู้

หนึ่งในการเรียนรู้ที่ใครหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ผ่านมากันแทบทุกคน นั่นคือ การเล่นขายของในวัยเด็ก  ซึ่งนอกเหนือจากความสนุกสนานที่ได้รับจากการเล่นสนุกกับเพื่อน หรือพ่อแม่แล้ว การเล่นขายของยังเป็นการฝึกหัดการคิดเลข และช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ผ่านสถานการณ์สมมุติในการเล่นขายของอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การเล่นขายของของเด็ก ๆ กับพ่อแม่เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้มากที่สุด มีข้อควรรู้สำหรับพ่อแม่ดังต่อไปนี้

6 ประการที่พ่อแม่ควรรู้ในการเล่นขายของกับเด็ก

(1) อย่าให้เด็กรู้เจตนาของผู้ใหญ่

ผู้ปกครองเล่นขายของกับเด็กก็เพื่อให้เด็กได้หัดคิดเลข ถ้าผู้ปกครองบอกเจตนานี้ให้เด็กรู้หรือทำให้เด็กรู้ตัวเด็กก็จะหมดสนุก ต้องให้เด็กรู้สึกว่านี่คือการเล่น และผู้ใหญ่ก็ต้องแสดงความจริงใจ เล่นเหมือนเด็กคนหนึ่ง อย่าใช้วิธีสอน อย่าตำหนิเวลาเด็กคิดเลขผิด

(2) อย่าทำให้เด็กอาย

เวลาเล่นขายของจะต้องมีการตั้งราคาสินค้า ซึ่งบางครั้งเด็กอาจตั้งราคาที่อาจสูงเกินจริงหรือต่ำเกินไป แล้วพ่อแม่ที่เล่นด้วยกลับแสดงความตกใจเมื่อเทียบกับราคาจริงในตลาด ก็จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกตกใจ จนทำอะไรไม่ถูก และไม่กล้าเล่นต่อ หรือบอกราคาอย่างลังเลแล้วคอยดูสีหน้าท่าทางของผู้ใหญ่เพื่อตัดสินว่าราคาที่ตั้งเหมาะสมหรือไม่ เมื่อการเล่นเป็นแบบนี้เด็กจะไม่มีสมาธิ นานเข้าก็จะรู้สึกเบื่อและเครียด  ผู้ใหญ่ต้องไม่เอาประสบการณ์ของผู้ใหญ่มารบกวนความคิดของเด็ก เด็กยังไม่เข้าใจความหมายของราคา  เราต้องการให้ลูกเรียนรู้อะไรบางอย่าง ไม่ใช่ให้เด็กหัดค้าขาย ลูกตั้งราคาเท่าไรจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ

(3) อย่าให้เด็กหนักใจกับการคิดเลข

ผู้ปกครองคิดเสมอว่าเป็นการเล่นไม่ใช่การเรียน การเล่นขายของจะทำให้เด็กรู้จักคิดเลข แต่พ่อแม่ต้องอย่าใจร้อนเกินไป

ในการเล่นต้องคำนึงถึงความสนุกของเด็กเป็นอันดับแรก การเรียนเป็นอันดับรอง เพิ่มระดับความซับซ้อนในการคิดเลขอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอย่าให้ยากเกินไปจนทำให้เด็กไม่สนุก ถ้าเด็กเล่นขายของด้วยความหนักใจกับการคิดเลข เด็กจะไม่ชอบ ไม่สนุกกับการเล่นอีกต่อไป

(4) ไม่บังคับให้เด็กเล่น

อย่าให้เด็กเล่นขายของบ่อยเกินไปโดยหวังให้เด็กหัดคิดเลข พ่อแม่บางคนพบกลับถึงบ้านก็เล่นขายของกับเด็กทุกวัน เร่ิมแรกเด็กอาจุรู้สึกสนุกแต่พอเล่นไปได้สัก 3 วันเด็กก็ไม่อยากเล่นแล้ว ผู้ปกครองก็คอยรบเร้าให้เด็กเล่นอยู่เรื่อยไป

บางครั้งพอเริ่มเล่น ยังไม่ทันขายของชิ้นแรกเสร็จ จู่ ๆ เด็กก็ไม่อยากเล่นแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ผู้ปกครองไม่ควรฝืนใจเด็ก พอเห็นว่าเด็กไม่อยากเล่นก็ต้องเลิกทันที เพื่อรักษาความชอบในการเล่นขายของของเด็กไว้ ถ้าผู้ปกครองบังคับมากเกินไปเด็กอาจเดาเจตนาออกก็ได้

(5) ฝึกใช้เงินจริง

เด็กบางคนอาจเบื่อกับการเล่นโดยใช้เงินปลอม เช่น กระดาษ แต่ถ้าเขาได้ลองเล่นโดยใช้เงินจริงก็จะทำให้เด็กรู้สึกจริงจัง แล้วนำเงินที่เป็นกำไรที่ได้ไปหยอดกระปุก เวลาที่เขาอยากได้อะไรก็นำเงินนี้ไปใช้จะทำให้เด็กสนุกกับการเล่นมากขึ้น เมื่อเล่นเสร็จก็ให้เขาล้างมือให้สะอาด

(6) เพิ่มเนื้อหาในการเล่นแต่ละครั้ง

โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กอยากเล่นเป็นเจ้าของร้าน โดยเฉพาะในช่วงแรก แต่พอเล่นบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้น่าเบื่ออาจเปลี่ยนให้เด็กมาเล่นเป็นลูกค้าบ้าง คนที่เป็นลูกค้าก็จะได้เล่นบทที่แตกต่างออกไป เช่น เป็นปู่ ย่า เป็นเด็ก เป็นหมอ เป็นครู เพราะแต่ละคน แต่ละอาชีพมีของที่ต้องซื้อแตกต่างกันไป ตามสถานการณ์ที่เราสมมุติขึ้น ทำให้มีเรื่องราวที่หลากหลาย เป็นการเพิ่มพูนจินตนาการ และประสบการณ์ของเด็กอีกด้วย


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.


Skip to toolbar