สุขภาพเด็ก » 4 ข้อได้เปรียบของการเป็นเด็กสองภาษา

4 ข้อได้เปรียบของการเป็นเด็กสองภาษา

6 November 2017
260   0

ปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครองหลายครอบครัวเริ่มหันมาสนใจการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสองภาษากันมากขึ้น เริ่มมีการรับรู้และเข้าใจกันมากขึ้นว่าการฝึกภาษาที่สองให้กับลูกนั้น ควรเริ่มต้นตั้งแต่ยังเล็ก หรือเริ่มปลูกฝังกันนับตั้งแต่เริ่มพูดได้ด้วยซ้ำ โดยไม่ทำให้สมองของเด็กเกิดการสับสนแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับทำให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่ยังเล็ก ไม่กลัว ไม่เกร็งเวลาต้องพูดสื่อสารเหมือนกับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนเมื่อตอนโต ที่มักกังวลเรื่องความถูกต้องของกฎ ไวยากรณ์ต่าง  ๆ และยังต้องใช้ความพยายามในการเรียนมากกว่าแต่กลับได้ผลลัพท์หรือใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เด็กสองภาษา

ดังนั้น พ่อแม่ที่มีลูกเล็กจึงต้องรีบฉวยโอกาสนี้สร้างความได้เปรียบให้กับลูกของตัวเองโดยการเริ่มฝึกการใช้ภาษาที่สองให้กับเขา ให้ได้ซึมซับ รู้จักการสื่อสารในรหัสภาษาแบบอื่น ๆ ที่แตกต่างจากภาษาบ้านเกิดออกไป ทั้งนี้ได้มีการรวบรวมเอาข้อดีหลัก ๆ  4 ประการของการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสองภาษา จากการศึกษา ประสบการณ์ และงานวิจัยหลายชิ้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้

(1) ประโยชน์ทางด้านภาษา

การเรียนภาษาที่สองถือเป็นการฝึกสมองอย่างดี เพราะสมองจะถูกกระตุ้นให้เรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ของทั้งสองภาษา และคอยหาวิธีเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปใช้อีกภาษาหนึ่งให้ได้ด้วย ข้อดีกว่านั้นคือ เด็กสองภาษาไม่เพียงแต่รู้คำศัพท์ของภาษาที่สองเท่านั้น แต่ยังสามารถเปรียบเทียบ แปล ผสมคำ ในแต่ละภาษาและเข้าใจความหมายของคำเหล่านั้นด้วย การใช้สมองในเรื่องภาษาจึงเป็นแบบฝึกหัดอันซับซ้อนที่เข้ามาในชีวิตของเด็กสองภาษาอย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่ยังเด็ก

(2) ประโยชน์ทางวิชาการ

จากมุมมองทางวิชาการ เด็กสองภาษามีข้อได้เปรียบมากมาย งานวิจัยพบว่า เมื่อถึงเวลาตอบข้อสอบ เด็กสองภาษาจะมีความคิดสร้างสรรค์และตอบได้ละเอียดมากกว่าเด็กที่รู้แค่ภาษาเดียว อาจเป็นเพราะรู้คำศัพท์ในหลายภาษาจึงทำให้เกิดความคิดพลิกแพลงและยืดหยุ่นกว่าก็ได้ มีข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเด็กชั้นประถมในรัฐลุยเซียนา ยืนยันได้ว่า การเรียนภาษาต่างชาติช่วยให้ผลการเรียนของเด็กโดยรวมดีขึ้น และงานศึกษาอีกชิ้นก็รายงานว่า เด็กมัธยมที่เรียนภาษาต่างชาติทำคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้สูงกว่าเด็กภาษาเดียว เช่น ข้อสอบ SAT เป็นต้น

เด็กสองภาษามีนิสัยฝึกคิดเชิงวิเคราะห์ตั้งแต่เล็ก เพราะเรียนรู้ที่จะฝึกแตกคำออกเป็นส่วน ๆ ผ่านการเรียนภาษา งานวิจัยพบว่า เด็กสองภาษามีความสามารถในการรับรู้และแยกหน่วยเสียง (Phonological Awareness) จึงเข้าใจเสียงที่แตกต่างกันในหนึ่งคำได้ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนและวัยอนุบาล เพราะขั้นแรกของการฝึกอ่านคือ ต้องเรียนรู้ที่จะฟัง และแตกคำหนึ่งคำให้เป็นเสียงที่แตกต่างกันให้ได้ก่อน

(3) ประโยชน์ทางกระบวนการคิด

ภาษามีบทบาทสำคัญในการพัฒนา “กระบวนการคิด” กล่าวคือ มีความสามารถในการคิดและการแก้ปัญหาต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สมองคนเราจะใช้ภาษาเป็นตัวแยกแยะและจัดระบบความคิดที่เป็นนามธรรม เป็นต้น งานวิจัยยังเผยว่า การรู้สองภาษาส่งเสริมความคิดเชิงนามธรรมอีกด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กสองภาษาซึ่งเชี่ยวชาญในการเปรียบเทียบและแยกแยะคำต่าง ๆ อยู่แล้ว จะได้เปรียบอีกในเรื่องการขบคิดปัญหาและค้นหาวิธีแก้ไขในทุกสถานการณ์ จากผลการศึกษาพบว่า เด็กสองภาษาสามารถเข้าใจกฎและข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ด้วย

ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะ เด็กสองภาษามีสมองที่ยืดหยุ่นกว่าเป็นทุนเดิม งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า สมองของเด็กสองภาษามีความสามารถดีกว่าในด้านแก้ไขปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และการจดจำ เด็กสองภาษาที่ชำนาญทั้งสองภาษาจะทำแบบทดสอบไอคิวได้สูงกว่าเพื่อนร่วมชั้นเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะว่าเกิดมาเฉลียวฉลาดกว่า แต่เป็นเพราะเขามีประสบการณ์ในการพูดสลับภาษา จึงเป็นคนที่แก้ปัญหาได้พลิกแพลงกว่านั่นเอง

(4) ประโยชน์ทางด้านครอบครัวและชุมชน

การรู้สองภาษาไม่ใช่แค่เรียนรู้คำในสองภาษาเท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงสองวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน แม้เด็กจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตน แต่ก็อาศัยอยู่ในครอบครัว ชุมชนและโลกใบนี้ด้วย การเป็นเด็กสองภาษาจึงทำให้เขามีทักษะที่ดีกว่าในเรื่องของการสื่อสาร การเข้าใจโลกรอบตัว รับรู้ความต่างทางวัฒนธรรม และเข้าใจบทบาทอันหลากหลายของตัวเองในโลกใบนี้

งานวิจัยในสหรัฐอเมริกาชี้ให้เห็นว่า เด็กที่ถูกเลี้ยงให้เป็นเด็กสองภาษาจะรู้สึกว่าตัวเองมีที่มาที่ไป และมีความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง บางครั้งเด็กเหล่านี้ยังเรียกตัวเองว่า สะพานเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม อีกด้วย จากการศึกษาเด็กวัยรุ่นจำนวนหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของผู้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาในประเทศ พบว่า เด็กที่ยังคงพูดภาษาดั้งเดิมของครอบครัว จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว รู้สึกดีกับตัวเอง และมีทัศนคติที่ดีต่อโรงเรียนมากกว่าเพื่อนที่สูญเสียมรดกตกทอดทางภาษาของตัวเอง จนกลายเป็นเด็กภาษาเดียวที่พูดได้แต่ภาษาอังกฤษ


Skip to toolbar